เมนูอาหารอีสานทำเอง และขายได้

เมนูอาหารอีสานทำเอง และขายได้

เมนูอาหารอีสานทำเอง และขายได้ ซึ่งอาหารอีสานคงจะเป็นเมนูสุดโปรดของคนไทยหลาย ๆ คน เพราะเสน่ห์ของรสชาติ ที่มีครบทุกรส ทั้งเปรี้ยว หวาน เค็ม และเผ็ด เพราะจะกินกี่ทีก็ไม่รุ้สึกเบื่อกันเลยค่ะ

เมนูอาหารอีสานทำเอง และขายได้

แถมยังเหมาะมากที่จะเป็นเมนูทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการลดความอ้วนอีกด้วย เพราะแต่ละเมนูมีแคลอรีไม่สูงมากนั่นเอง

เมนูอาหารอีสานทำเอง และขายได้ มีดังนี้

1. ลาบหมู 

วุตถุดิบ : เนื้อหมูสับ 200 กรัม  หอมแดงซอย 1 หัว ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ ใบสะระแหน่ น้ำปลา น้ำตาลทราย และน้ำมะนาว สำหรับปรุงรส พริกป่น ปริมาณตามชอบ และข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ

เมนูอาหารอีสานทำเอง และขายได้

วิธีทำลาบหมู

1. ใส่น้ำลงในหม้อเล็กน้อย แล้วนำตั้งไฟแรงจนเดือด จากนั้นใส่เนื้อหมูสับลงไปรวนจนสุก แล้วยกลงจากเตา

2. ใส่หอมแดง ต้นหอมซอย และใบสะระแหน่ลงในหม้อ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลทราย และพริกป่น แล้วคนผสมให้เข้ากัน เติมข้าวคั่ว จากนั้นคลุกเคล้าผสมให้เข้ากันอีกครั้ง ตักใส่จาน โรยใบสะระแหน่ และพร้อมเสิร์ฟ

2. ส้มตำไทยไข่เค็ม

วัตถุดิบ : กระเทียมกลีบเล็ก 3-5 กลีบ พริกขี้หนู  ถั่วฝักยาว 1 ฝัก กุ้งแห้งอย่างดี 1 ช้อนโต๊ะ มะเขือเทศสีดา 2 ลูก น้ำปลา (ปรุงรส) น้ำตาลปี๊บ (ปรุงรส) น้ำมะขามเปียก (ปรุงรส) น้ำมะนาว (ปรุงรส) มะละกอสับ แครอตสับ ไข่เค็มผ่าครึ่ง 1 ฟอง และถั่วลิสงคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ

เมนูอาหารอีสานทำเอง และขายได้

วิธีทำส้มตำไข่เค็ม

1. โขลกกระเทียม และพริกขี้หนูเข้าด้วยกันพอหยาบ ๆ หักถั่วฝักยาวใส่ ตามด้วยมะเขือเทศหั่นเป็นชิ้น ๆ และกุ้งแห้งลงไปโขลกเบา ๆ พอให้เข้ากัน

2. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก และน้ำมะนาว โขลกให้น้ำตาลปี๊บละลาย ชิมรสตามชอบ 

3. สุดท้ายใส่มะละกอ และแครอตลงไปตำผสมเบา ๆ ให้เข้ากัน ใส่ไข่เค็มลงไป ใช้ทัพพีเคล้าผสมเบา ๆ ชิมรสอีกครั้ง ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

3. ตำปูปลาร้า

วัตถุดิบ : มะละกอสับ พริกสด4 เม็ด กระเทียม5 กลีบ น้ำตาลปีบ (ใส่ตามชอบ) ครึ่งช้อนโต๊ะ มะนาวครึ่งลูก น้ำปลาร้า (ต้มสุกและใช้สูตรปรุงรสแล้วจะไม่เค็มมาก) 3 ช้อนโต๊ะ มะเขือเทศเชอร์รี่5 ลูก ปูดองลวกสุก2 ตัว กุ้งแห้ง และเม็ดกระทิน

เมนูอาหารอีสานทำเอง และขายได้

วิธีทำตำปูปลาร้า

1. ใส่พริกสดและกระเทียมในครกตำให้ละเอียด แล้วใส่น้ำตาลปีบ, น้ำปลาร้า, บีบน้ำมะนาว ลงในครก ใช้สากค้นให้น้ำตาลปีบละลาย

2. ใส่มะเขือเทศเชอร์รี่หัน ปูดองลวกสุก กุ้งแห้ง มะละกอ ลงพร้อมกันในครกตำให้เครื่องเข้ากัน

3. เสร็จแล้วตักใส่จานโรยด้วยเม็ดกระทิน เพียงเท่านี้ก็ได้ส้มตำแซ่บ ๆ

4. ลาบปลาดุก

วัตถุดิบ : ปลาดุกย่าง 1 ตัว ข่าอ่อน เล็กน้อย ใบมะกรูดซอย พริกสดซอย เล็กน้อย ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ (หรือตามชอบ) น้ำมะนาว 1 ลูก ผงชูรส ตามชอบ น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ  ต้นหอมและผักชีซอย และใบมะกรูดซอย

วิธีทำลาบปลาดุก

1. แกะปลาดุกเอาแต่เนื้อ จากนั้นนำไปสับรวมกับข่าอ่อนเล็กน้อย ใส่ลงในอ่างผสม เตรียมไว้ (ถ้าชอบแบบน้ำขลุกขลิกก็เติมน้ำต้มสุกลงไปเล็กน้อย)
2. ใส่พริกสดซอย ข้าวคั่ว พริกป่น น้ำมะนาว ผงชูรส และน้ำปลา คนผสมให้เข้ากันดี ชิมรสตามชอบ
3. สุดท้ายโรยต้นหอมผักชีซอย และใบมะกรูดซอยลงไป เคล้าผสมให้เข้ากัน ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

5. ซุปหน่อไม้

วัตถุดิบ : ใบย่านาง 5-10 ใบ หน่อไม้รวก ขูดเป็นเส้นยาว น้ำปลาร้า 3 ช้อนโต๊ะ (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้) เกลือป่น 1/2 ช้อนชา หอมแดงซอย 3 หัว น้ำมะนาว สำหรับปรุงรส น้ำปลา สำหรับปรุงรส พริกป่น ตามชอบ ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ  ผักชีฝรั่งซอย และต้นหอมซอย

วิธีทำซุปหน่อไม้

1. ขยี้ใบย่านางกับน้ำจนน้ำเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้ม กรองเอาเฉพาะน้ำ เทใส่หม้อ เตรียมไว้

2. ต้มน้ำจนเดือด ใส่หน่อไม้รวกลงต้มจนน้ำเดือดอีกครั้ง ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น จากนั้นบีบน้ำออกจากหน่อไม้ให้หมด แล้วใส่ลงในน้ำใบย่านางที่เตรียมไว้ ยกขึ้นตั้งไฟจนเดือด ใส่เกลือป่น และน้ำปลาร้าลงไป ต้มจนเดือด ยกลงจากเตา เตรียมไว้

3. ตักหน่อไม้ใส่อ่างผสม ใส่หอมแดงซอย ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา พริกป่น และข้าวคั่ว เคล้าผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ ใส่ผักชีฝรั่งซอย และต้นหอมซอย เคล้าให้เข้ากันอีกครั้ง ตักใส่จาน โรยใบสะระแหน่ พร้อมเสิร์ฟ

6.  ตับหวาน 

วัตถุดิบ : ตับหมู หั่นเป็นชิ้นบาง 200 กรัม น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา พริกป่น ปริมาณตามความชอบ ข้าวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ  ผักชีฝรั่งซอย 1 ช้อนโต๊ะ  ใบมะกรูดซอย 1 ช้อนโต๊ะ และใบสะระแหน่ในปริมาณตามที่ชอบ

วิธีทำตับหวาน

1. ต้มน้ำจนเดือดจัด นำตับหมูลงลวกจนสุก (ระดับความสุกเลือกตามความชอบ) ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ เตรียมไว้

2. ผสมน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลทราย และพริกป่นเข้าด้วยกัน จากนั้นเทลงในอ่างผสมที่ใส่ตับหมูลวกไว้ เคล้าผสมให้เข้ากัน

3. ใส่ข้าวคั่ว ต้นหอมซอย ผักชีฝรั่งซอย ใบมะกรูดซอย และใบสะระแหน่ลงเคล้าผสมจนเข้ากันดี ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

7. ต้มแซ่บกระดูกอ่อน

วัตถุดิบ : น้ำ 500 มิลลิลิตร  ข่าแก่หั่นแว่น 5 ชิ้น ตะไคร้หั่นเฉียง 1 ต้น ใบมะกรูด ฉีกก้านกลาง 3 ใบ กระดูกอ่อนหมูหั่นเป็นชิ้น ๆ 200 กรัม เห็ดฟางผ่าครึ่ง 100 กรัม  มะเขือเทศราชินีผ่าครึ่ง 50 กรัม หอมแดงซอยบาง 1 หัว น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ พริกป่น ปริมาณตามความชอบ ใบโหระพา 10 ใบ  และผักชีฝรั่งซอย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำต้มแซ่บกระดูกอ่อน

 1. ใส่น้ำลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟต้มจนเดือด ใส่ข่า ตะไคร้ และใบมะกรูดลงต้มจนเดือดอีกครั้ง

2. ใส่กระดูกอ่อนหมูลงต้มจนสุก ใส่เห็ดฟาง มะเขือเทศ และหอมแดงซอยลงต้ม ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะขามเปียก และน้ำตาลทราย คนผสมจนเข้ากันดี ยกลงจากเตา ตักใส่ชาม เติมน้ำมะนาว พริกป่น และผักชีฝรั่ง ชิมรสตามชอบ โรยด้วยใบโหระพา พร้อมเสิร์ฟ

8. ต้มซุปเปอร์ขาไก่

วัตถุดิบ : น้ำเปล่า 500-700 มิลลิลิตร ขาไก่ 500 กรัม ข่า (หั่นเป็นแว่น) ตะไคร้ (หั่นเป็นท่อน) หอมแดง (ปอกเปลือก) ใบมะกรูดฉีก พริกสด ผักชี ผักชีฝรั่ง ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนชา น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ และซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ

 วิธีทำต้มซุปเปอร์ขาไก่

1. ใส่น้ำลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟแรง จากนั้นใส่ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และหอมแดงลงไปต้ม พอน้ำเดือดพล่านแล้วใส่ขาไก่ลงไปต้ม (หมั่นช้อนฟองอากาศทิ้ง) 

2. ก่อนปรุงรสให้ตักส่วนผสมเครื่องต้มยำออกก่อนแล้วใส่ซีอิ๊วดำ น้ำปลา และซอสปรุงรสลงไป คนผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ ต้มต่ออีกประมาณ 30 นาที จนขาไก่เปื่อย           

3. ซอยพริกขี้หนู ใบผักชีฝรั่ง ผักชี และหั่นมะนาวเตรียมไว้           

4. พอต้มจนขาไก่เปื่อยแล้ว บีบมะนาวลงไป (ปริมาณตามชอบ) ตามด้วยพริกที่ซอยไว้ คนผสมให้เข้ากัน ตักใส่ถ้วย โรยผักชีและผักชีฝรั่งซอย พร้อมเสิร์ฟ

9. คอหมูย่างกับน้ำจิ้มแจ่ว

วัตถุดิบ : เนื้อสันคอหมู 200 กรัม น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ ซอสหอยนางรม 1/2 ช้อนโต๊ะ พริกไทยขาว 1/4 ช้อนชา น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ ข้าวคั่วป่นละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ หอมแดงซอย 1 ช้อนโต๊ะ และต้มหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำคอหมูย่างกับน้ำจิ้มแจ่ว

1. ผสมน้ำปลา น้ำมะขามเปียก และน้ำตาลปี๊บเข้าด้วยกัน คนผสมจนน้ำตาลปี๊บละลายหมด ใส่พริกป่น ข้าวคั่ว และหอมแดงคนให้เข้ากัน โรยหน้าด้วยต้นหอมซอย เตรียมไว้

2. ผสมน้ำผึ้งกับซอสปรุงรส ซอสหอยนางรม และพริกไทยขาว คนผสมจนเข้ากัน

3. ใช้ส้อมจิ้มสันคอหมูให้ทั่ว นำไปหมักกับส่วนผสมด้านบน พักทิ้งไว้ในตู้เย็นประมาณ 30 นาที

4. ตั้งกระทะจนร้อน นำคอหมูลงจี่ให้สุกทั้งสองด้าน จากนั้นหั่นเป็นชิ้น จัดใส่จานเสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มแจ่ว

10. ก้อยเนื้อ ก้อยขม

วัตถุดิบ : เนื้อวัวเกรดคุณภาพ ตามต้องการ เครื่องในวัว (จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้) เลือดวัว ดีวัว (ส่วนที่ทำให้ก้อยขม) ข้าวคั่ว พริกป่น น้ำปลา มะนาว ผงชูรส (ไม่ใส่ก็ได้) ต้นหอม ผักชีฝั่ง ใบสะระแหน่ และใบมะกรูด

วิธีทำก้อยเนื้อ ก้อยขม

1. นำเนื้อวัวมาแล้วทำความสะอาด แล้วซับน้ำให้แห้ง จากนั้นลอกพังผืดของเนื้อวัวออกให้หมด

2. สับเนื้อวัวให้ละเอียดพอประมาณ

3. ตักเนื้อวัวใส่ชามผสม ใส่พริกป่น น้ำปลา และข้าวคั่ว ปริมาณความแซ่บตามต้องการ

4. เติมเลือด และดีวัวเล็กน้อย(ไม่ใส่ก็ได้) ตามด้วยน้ำมะนาว ผงชูรสเล็กน้อย แล้วคลุกเคล้าให้ส่วนผสมเข้ากัน

5. ชิมรสชาติให้ได้ตามต้องการ จากนั้นใส่ต้นหอม ผักชีฝั่ง สะระแหน่ และใบมะกรูดฝอย คลุกให้เค้ากัน และสามารถรับประทานได้เลย ยิ่งทานคู่กับข้าวเหนียวร้อน ๆ บอกได้เลยว่าอร่อยแน่นอน (ถ้าใครชอบแบบสุกก็สามารถนำไปคั่วได้เลยนะคะ)