อยากหุ่นดี แต่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย

อยากหุ่นดี แต่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย

อยากหุ่นดี แต่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย โดยปกติแล้วการความคุมน้ำหนัก หรือการลดน้ำหนักต้องทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกายทั้งนั้น แต่มีหลายคนที่อยากหุ่นดี อยากลดน้ำหนัก อยากลดความอ้วน แต่ไม่มีเวลาในการออกกำลังกาย อาจจะมีหลายสาเหตุของการไม่มีเวลา เช่น ทำงานดึกจนทำให้ไม่มีเวลา หรือทำงานกลับมาก็เหนื่อยกับงานมากแล้ว รวมถึงกายขี้เกียจบ้างบางเวลา และเหตุผลอื่น ๆ ของแต่ละบุคคล สำหรับบทความนี้มีข้อเสนอดี ๆ และวิธีง่าย ๆ มาแนะนำกันโดยการควรคุมการกิน ก่อนอื่นมารู้จักสาเหตุที่ทำให้อ้วนก่อน แล้วจะมีวิธี ๆ ง่าย ๆ ในการควบคุมน้ำหนัก ดังนี้

สาเหตุที่ทำให้อ้วน หรือหุ่นพัง

ซึ่งจะเห็นว่าสาเหตุที่ทำให้อ้วนมีหลายสาเหตุเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการกิน ซึ่งกินโดยไม่ได้มีการควบคุม กินของที่ไม่มีประโยชน์ กินมากจนเกินไป กินเพราะตามใจปากตัวเอง หรือห่วงผลที่จะตามมา รวมถึงการขี้เกียจออกกำลังกาย ไม่มีเวลาออกกำลังกาย หรืออ้วนจากกรรมพันธุ์ หรืออ้วนแต่กำเนิด ซึ่งหลาย ๆ สาเหตุนี้เป็นสาเหตุของความอ้วนทั้งนั้น

อยากหุ่นดี แต่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย

อาหารที่ทำให้อ้วน

1.ขนมปังขาว(White Bread)

ขนมปังขาวเป็นอาหารทำมาจากแป้งสาลีขัดสี ซึ่งมีการผ่านกระบวนการขัดขาว จึงทำให้สารอาหารในแป้งลดลง แถมยังทำให้ใยอาหารหายไปอีก เมื่อไม่มีกากใย ก็ทำให้อิ่มช้าลง เช่น แซนด์วิช หรือแฮมเบอร์เกอร์ ทำให้เรากินไม่หยุดเพราะไม่อิ่ม ยิ่งกินยิ่งอร่อย ยิ่งไม่อิ่มสักที และควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างแรก

2.ซีเรียล (Cereal)

เนื่องจากซีเรียลเป็นอาหารเช้าที่คนนิยมทาน เพราะสะดวก และมีรสหวาน แต่เป็นอาหารทนี้เต็มไปด้วยความหวานของน้ำตาล ทำให้อ้วนง่าย และก็ไม่ค่อยมีประโยชน์ หรือวิตามิน ดังนั้นอาหาร ซีเรียลจึงกลายเป็นอาหารที่เราควรหลีกเลี่ยงในมื้อแรกของวัน

3.ไก่ทอด (Fried Chicken)

หลายคนชอบกินไก่ทอด และไก่ทอดทำให้อ้วนง่าย เนื่องจากไก่ทอดชุ่มไปด้วยน้ำมัน ซึ่งผ่านการทอดในอุณหภูมิสูง ชุบแป้งทอดกรอบที่ทำจากแป้งสาลีขัดขาวไร้ประโยชน์อีกด้วย และน้ำมันที่ร้อนทำให้สารอาหารในเนื้อไก่ก็สลายหายไป ซึ่งน้ำมันกับแป้งทำให้ร่างกายอ้วนง่ายขึ้น

4.น้ำหวาน และ ชา กาแฟ

ซึ่งน้ำที่หวาน ๆ จะมีส่วนผสมของน้ำตาลเป็นอย่างมาก เช่น กาแฟเย็น กาแฟ 3 in 1 รสชาติหวานๆ กลายเป็นกาแฟที่ให้พลังงานมากกว่าปกติ ซึ่งกาแฟที่ทานกัน ตามห้างร้านต่าง ๆ หรือแบบซอง มักจะเต็มไปด้วยครีม และน้ำตาล ที่เติมเพื่อความอร่อย กลับกลายมาทำร้ายสุขภาพ ซึ่งในกาแฟบางแก้วมีพลังงานสูงถึง 800 กิโลแคลอรี่ ซึ่งมันเยอะมากสำหรับเครื่องดื่ม 1 แก้ว ควรจะหลีกเลี่ยงกาแฟสำเร็จรูป เพราะอาหารจำพวกนี้เป็นอาหารที่ทำให้ร่างกายมีการสะสมของน้ำตาล และทำให้อ้วนตามมา

5.ขนมเบเกอรี่ ขนมอบ (Pastries)

อาหาร หรือขนมจำพวกเบเกอรี่ต่าง เช่น โดนัท พาย และขนมเบเกอรี่ ซึ่ขนมเหล่านี้ล้วนประกอบไปด้วยแป้งขัดขาว และน้ำตาล ซึ่งเป็นตัวการทำให้เราอ้วน ซึ่งนอกจากจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของเราไม่คงที่ และยังทำให้อ้วนง่ายอีกต่างหาก เพราะเมื่อร่างกายของคนเราได้รับน้ำตาลมากเกินไป จะเปลี่ยนเป็นไขมันสะสม ทำให้ไขมันดันเราให้อ้วน

อาหารตามสั่งแคลสูงมาก (ประมาณ 500 kcal up)

          – ข้าวผัดต่าง ๆ (ข้าวผัดอเมริกัน*)

          – ข้าวกะเพราไข่ดาว

          – ผัดไทยกุ้งสด

          – ผัดซีอิ๊วเส้นใหญ่

          – ข้าวขาหมู

          – ข้าวไข่เจียว

          – ข้าวคะน้าหมูกรอบ

          – ข้าวหมกไก่

          – ข้าวหมูแดง/หมูกรอบ (ทั้งหมู+ข้าว+ซอส+ไข่)

การควบคุมอาหารเพื่อลดความอ้วน

  1. วันที่ 1 : มื้อเช้า : ข้าวต้มอกไก่ มื้อกลางวัน : แตงกวาผัดไข่+หมูสับ มื้อเย็น : ไข่ต้ม น้ำพริกปลาทู ผักจิ้ม

2. วันที่ 2 : มื้อเช้า : ไข่ตุ๋นหมูสับ ข้าวสวยร้อน ๆ มื้อกลางวัน : ข้าวคลุกกะปิ มื้อเย็น : แกงเลียงกุ้ง

3. วันที่ 3 : มื้อเช้า : สลัดอกไก่ มื้อกลางวัน : กุ้งผัดดอกขจรกับข้าวสวยร้อน ๆ มื้อเย็น : ยำรวมมิตรใส่ผักกระเฉด

4. วันที่ 4 : มื้อเช้า : ข้าวต้มกระดูกหมู มื้อกลางวัน : ไก่ผัดขิง มื้อเย็น : ปลาย่าง

5. วันที่ 5 : มื้อเช้า : ผัดผักรวม มื้อกลางวัน : แกงส้มกุ้งดอกแค มื้อเย็น : ไก่ย่าง

6. วันที่ 6 : มื้อเช้า : ข้าวผัดกุ้ง มื้อกลางวัน : แกงจืดหมูสับเต้าหู้ มื้อเย็น : ไก่ต้มขมิ้น

7. วันที่ 7 : มื้อเช้า : ต้มเลือดหมู มื้อกลางวัน : ต้มยำ มื้อเย็น : ปลาทูน้ำพริกผักต้ม

ผลไม้ที่ทานแล้วไม่อ้วน

1.สตรอเบอร์รี่   1 ลูก 10 แคลอรี่

สตรอเบอร์รี่ เต็มไปด้วยวิตามินซี และฟลาโวนอยด์ที่ช่วยป้องกันหวัด พร้อมเสริมการสร้างคอลลาเจนให้ผิวนุ่ม  และมีแคลอรี่น้อยแต่ประโยชน์เยอะ เหมาะสำหรับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก

2.กล้วยน้ำว้า   1 ลูก 60 แคลอรี่

กล้วยน้ำว้า ช่วยให้อิ่มท้อง และให้พลังงานสูง อีกทั้งยังสามารถช่วยเรื่องลดระบบขับถ่ายได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะช่วยให้ขับถ่ายคล่อง หรือไม่ท้องผูก เป็นต้น แค่กินกล้วยวันละ 2 ลูก ก็สามารถช่วยให้สุขภาพดีขึ้นได้

  3.มะละกอ   100 กรัม 43 แคลอรี่

มะละกอ คือผลไม้ที่ให้พลังงานแคลอรี่ต่ำ และยังช่วยเรื่องระบบการขับถ่ายได้เป็นอย่างดี เนื่องจากในผลของมะละกออุดมไปด้วยสาร และเอนไซม์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยอาหาร นอกจากนี้มันยังประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอยู่หลากหลายชนิดแถมยังบำรุงผิวพรรณได้อีกด้วย

4.กีวี   100 กรัม 61 แคลอรี่

กีวี ผลไม้รสหวานอมเปรี้ยว และประกอบไปด้วยแคลเซียม แมกนีเซียมและโพแทสเซียม มีวิตามินซีสูง และกีวีช่วยต้านอนุมูลอิสระ และเสริมสร้างคอลลาเจนให้กับผิวอีกด้วย รวมทั้งมีแคลอรี่ต่ำ และได้ทั้งผิวสวย แถมยังรักษาระดับความดันโลหิตได้ดีอีกด้วย

5.แอปเปิล   100 กรัม 52 แคลอรี่

แอปเปิลเป็นผลไม้ยอดฮิต และนิยมรับทานเป็นอย่างมาก  เพราะมีแคลอรี่ต่ำ ที่สำคัญยังดีต่อระบบเผาผลาญ ช่วยดักไขมันในร่างกายอีกด้วย

6.สาลี่   1/2 ลูก 50 แคลอรี่

สาลี่เป็นผลไม้ที่มีรสหวาน แต่ให้แคลอรี่ที่ต่ำ รับประทานเพียงแค่ครึ่งลูก ให้แคลอรี่ไม่เกิน 50 แคลอรี่ นอกจากแคลอรี่จะต่ำแล้ว ยังนับว่าเป็นผลไม้ที่มีกากใยอาหารสูง ช่วยระบาย และช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีอีกด้วย

7.ฝรั่ง   1 ลูก 60 แคลอรี่

ฝรั่ง มีประโยชน์มากมายไม่แพ้ผลไม้ชนิดอื่น รวมทั้งมีวิตามินซีสูง แถมยังช่วยเพิ่มระดับไขมันดีในร่างกายได้อีกด้วย

จะเห็นว่าการที่จะมีหุ่นที่ดีได้ แต่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย แต่ยังมีวิธีอื่น ๆ อีกมากมายในการรักษาหุ่นให้ดีได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมอาหารการกิน หรือการหลีกเลี่ยงการกินอาหารที่ก่อให้เกิดการสะสมของไขมันในร่างกาย รวมถึงการเลือกรับทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ และส่งผลกระทบต่อร่างกายน้อยที่สุด ซึ่งอาหารแต่ละชนิดจะเป็นประโยชน์ หรือไม่เป็นประโยชน์ล้วนขึ้นอยู่กับผู้ที่ทานทั้งนั่น หายทานมากเกินไปก็อาจทำให้เกิดโทษตามมา หากทานน้อยเกินไปก็อาจทำให้ขาดสารอาหาร เพราะฉะนั้นควรเลือกทานอาหารที่เป็นประโยชน์ และพอเหมาะต่อร่างกายอย่างสม่ำเสมอ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *