หน้าใสไร้สิวด้วยวิธีธรรมชาติ

หน้าใสไร้สิวด้วยวิธีธรรมชาติ

หน้าใสไร้สิวด้วยวิธีธรรมชาติ จะเห็นว่าจากวิวัฒนาการความสวยความงามในปัจจุบันจะเห็นว่าปัจจุบันนี้มีการสร้างบริษัทเกี่ยวกับการผลิตสินค้า หรือสร้างผลิตภัณฑ์เพื่อความสวยความงามที่ทันสมัยเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เร่วผิวให้ขาวใสทันตาเห็น หรือมีการสร้างเป็นคลินิกเสริมความงามทำทรีตเมนต์ทุกสัปดาห์ ซึ่งหลายคนอาจไม่มีเวลาว่าง และยุ่งยากต่อการเดินทาง อีกทั้งต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากเพื่อให้ได้ผิวพรรณที่ขาวใสมา ซึ่งวิธีเหล่าเป็นวิธีที่ยุ่งยากและต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก เราเข้าใจปัญหาเหล่านี้ จึงหาวิธีง่าย ๆ และสะดวกมาแบ่งบัน ก่อนอื่นมารู้จักสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวเบื้องต้นก่อน ดังนี้

สาเหตที่ทำให้เกิดสิว

ซึ่งจะเห็นว่ามีกหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวเยอะแยะมากมาย สามารถจำแนกได้ ดังนี้

1. การนอนดึก ซึ่งเป็นการพักผ่อนไม่เพียงพอ มีผลกระทบต่อร่างกายทุกระบบ โดยเฉพาะระบบหมุนเวียนเลือด และระบบน้ำเหลือง โดยจะเห็นว่าเมื่อเรานอนดึกจะมีสิวขึ้นเป็นจำนวนมาก ผิวหน้าหมองคล้ำ ผิวหยสบกระด้าง หน้ามันเยิ้ม และรูขุมขนกว้าง ซึ่งสาเหตุนี้ล้วนเกิดจากการนอนดึก หรือการนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ

2. ความเครียด โดยอาการความเครียดถือเป็นพฤติกรรมที่จะหลั่งฮอร์โมนชนิดหนึ่ง ชื่อว่า Cortisol ออกมา ซึ่งฮอร์โมนประเภทนี้จะไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น ซึ่งส่งผลให้เกิดสิวมากขึ้น

3. การกินช็อกโกแลตเยอะเกินไป ซึ่งจะเห็นว่าช็อกโกแลตไม่ได้ก่อให้เกิดสิวโดยตรง แต่ในส่วนผสมของช็อกโดแลตเต็มไปด้วยนม และน้ำตาลเป็นจำนวนมาก ซึ่งนม และน้ำตาลนี้ก่อให้เกิดสิว แต่ถ้าจะทานช็อกโกแลตขอแนะนำให้ทานเป็นดาร์กช็อกโกแลตดีกว่า ซึ่งมีส่วนผสมของนม และน้ำตาลน้อย

4. ฮอร์โมนช่วงก่อนประจำเดือน ซึ่งมีการศึกษาวิจัยพบว่าผู้หญิงจะเกิดสิวเป็นจำนวนมาก และเกิดสิวได้ง่ายกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะช่วงที่ผู้หญิงมีประจำเดือน เพราะในช่วงนี้ร่างกายผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน เป็นจำนวนมาก ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้ทำให้มีการคั่งของน้ำในร่างกาย ส่งผลให้รูขมขนบวมมากขึ้น และมรการไหลผ่านของไขมันได้ดี ซึ่งความมันนี้จะทำให้เกิดสิวเพิ่มมากขึ้น

5. เชื้อ P.acnes คือเชื้อ Propionibacterium acnes หรือ P.acnes เป็นเชื้อแบคทีเรียที่พบได้ในต่อมไขมัน ซึ่งเชื้อชนิดนี้จะเข้าไปย่อยสลายไขมันจากต่อมไขมันให้กลายเป็นกรดไขมันอิสระ ซึ่งสารชนิดนี้อาจก่อให้เกิดการอักเสบได้ หากมรการล้างหน่าไม่สะอาด จะก่อให้เกิดเชื้อชนิดนี้เกิดขึ้นมาก และส่งผลให้ผิวเกิดการอักเสพ และเกิดเป็นสิวอักเสบได้

6. การใช้มือสัมผัสกับใบหน้าบ่อย ๆ ซึ่งจะเห็นว่าในแต่ละวันเราใช้มือในการสัมผัสสิ่งของต่าง ๆ เยอะแยะมากมาย หากมีการใช้มือสัมผัสใบหน้าบ่อยๆ หรือแกะ แคะสิวบ่อย อาจทำให้เชื้อโรคที่ติดมากับมือเข้าสู่ผิวหน้าเราได้ และอาจทำให้เกิดสิว หรือสิวอักเสบได้มากขึ้น 

7. สภาพแวดล้อม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่สำคัญ เช่น หากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย มีฝุ่นเยอะ อากาศร้อน ซึ่งอาจทำให้เกิดเหงื่อ ซึ่งเหงื่อสามารถซึมเข้าสู้ผิวหน้าได้ง่าย โดยเฉพาะผู้ที่มีรูขุมขนกว่าง และนำมาสู้การเกิดสิวได้ง่ายขึ้น

หน้าใสไร้สิวด้วยวิธีธรรมชาติ

วิธีที่หน้าใสด้วยวิธีธรรมชาติ มีหลายวิธี ดังนี้

สำหรับวิธีการ หรือเคล็ดลับหน้าใสด้วยวิธีธรรมชาติมีหลายวิธีที่ถูกต้อง และปลอดภัย ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น ดังนี้

1.หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ซึ่งการออกกำลังกายจะช่วยให้ร่างกายสดชื่น เนื่องจากเมื่อได้รับการออกกำลังกาย ร่างกายได้รับการกระดุ้นให้หลั่งสารเอ็นโดรฟินออกมา ซึ่งสารชนิตนี้ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ลดความเครียดได้ และช่วยให้ร่ายกายภายในสดชื่น ซึ่งส่งผลต่อการมีผิวพรรณที่ดีมีออร่า และส่งผลให้ใบหน้ามีความชุ่มชื้น ขาวใสไร้สิวขึ้นได้ 

2.พักผ่อนให้เพียงพอทุกวัน และไม่ควรนอนดึก

ซึ่งจะเห็นว่าเมื่อเรานอนดึกจะมีสิวเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก เนื่องจากร่างกายมีการหลังสารบางชนิดให้กระตุ้นระบบหมุนเวียนเลือด และระบบน้ำเหลือง โดยจะเห็นว่าเมื่อเรานอนดึกจะมีสิวขึ้นเป็นจำนวนมาก ผิวหน้าหมองคล้ำ ผิวหยสบกระด้าง หน้ามันเยิ้ม และรูขุมขนกว้าง

3.ทานอาหารที่มีประโยชน์ ซึ่งอาหารเป็นส่วนสำคัญที่สามามรลดการเกิดสิว และทำให้ผิวหน้าใสขึ้นได้ เช่น ไม่ทานอาหารที่มีรสจัดเกินไป ไม่ทานอาหารจำพวกน้ำมันหรือไขมัน และหมั่นทานผักและผลไม้ที่เป็นประโยชน์อย่างสม่ำเสมอ ดังนี้

            3.1 มะเขือเทศ

ซึ่งมะเขือเทศนี้จัดเป็นผลไม้ชั้นเลิศที่มีทั้งวิตามิน และแร่ธาตุสูง รวมถึงสารที่ต้านอนุมูลอิสระช่วยให้ชะลอการเกิดริ้วรอย ไม่ว่าจะเป็นการรับประทาน หรือการนำมาสครับผิวหน้าก็ได้ ย่อมส่งผลให้ผิวมีความสดชื่น และขาวใสขึ้น โดยวิธีการสครับด้วยมะเขือเทศนี้สามารถทำเองได้ง่าย ๆ และสะดวกได้ด้วยตนเอง คือ หั่นมะเขือเทศเป็นแว่น ๆ และนำมาสครับผิวหน้าประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ซึ่งจะเห็นว่ามะเขือเทศสามารถขจัดเซลล์ผิวที่หยาบ แห้งกร้าน และสามารถหล่อเลี้ยงผิวให้มีความชุ่มชื่น เนียนใสมากยิ่งขึ้น โดยวิธีนี้สามารถทำได้ทุกวันก่อนนอนได้เลย

            3.2 ส้ม

ซึ่งส้มเต็มไปด้วยวิตามินซี ที่ช่วยให้มีผิวขาวใส และลดการหมองคล้ำได้ ซึ่งสามารถน้ำส้มที่เอาเมล็ดออกไปปั่นให้ละเอียด และพอกหน้า หรือสามารถน้ำเนื้อส้ม หรือด้านในของเปลือกส้มไปสครับผิวหน้าได้ ซึ่งสครับประมาณ 15 นาทีก่อนอาบน้ำแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ซึ่งสามารถทำได้ 3-4 วันต่อสัปดาห์ หรือสามารถนำส้มที่ปั่นไปผสมกับไข่ขาว หรือน้ำมันมะพร้าวได้ เพื่อลดการระคายเคืองได้ หรือหากไม่มีส้มสามารถใช้มะนาวแทนได้

            3.3 กล้วย

เนื่องจากกล้วยมีการที่ชื่อว่า สารฟีนอลิก และวิตาวินอี ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่แห้งกร้านให้กลับมาแข็งแรง กระจ่างใสขึ้นมาใหม่ได้ โดยใช้วิธีบดเนื้อกล้วยแล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที และล้างออกด้วยน้ำสะอาด และด้านในของเปลือกกล้วยสามารถนำมาขัดผิวหน้าได้ โดยขับเบา ๆ ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด สามารถขัด 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์เป็นประจำ

            3.4 แตงกว่า

โดยแตงกว่ามีสรรพคุณช่วยสร้างให้ผิวมีความชุ่มชื่น และแตงกวามีเนื้อที่อ่อนโยน รับรองว่าแตงกว่าไม่ก่อให้เกิดการละคายเคืองต่อผิวแน่นอน เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวที่มีความแห้งกร้าน ซึ่งแตงกว่าสามารถสร้างให้ผิวมีความชุ่มชื่นได้ ส่วนวิธีการง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน คือ หั่นแตงกว่าเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วปั่นให้ละเอียด จากนั้นนำมาพอกหน้า ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ซึ่งจะเห็นว่าในแตงกว่า มีวิตามินซี และสารฟีนอลิก สามารถลดรอยดำรอยแดงของสิวได้ อีกทั้งยังสามารถช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น และขาวใสขึ้นได้ วิธีนี้สามรถทำด้วยตัวเองได้ทุกวันเป็นประจำ

            3.5  น้ำนม

ซึ่งวิธีการง่าย ๆ เลย คือ นำสำลีมาจุ่มน้ำนมแล้วโปะทิ้งไว้บนใบหน้าประมาณ 10-15 นาที ปล่อยให้กรดแลคติกซึมเข้าสู่หน้าเพื่อบำรุงให้ผิวกระจ่างใส และเนียนนุ่มมากยิ่งขึ้น แนะนำให้ใช้เป็นนมอุ่นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกระชับรูขุมขน หรือนำไปผสมกับมะขามเปียกอัตราส่วน 1:1 จะช่วยเรื่องปรับเซลล์ผิวให้สว่างขึ้นได้

            3.6 น้ำผึ้ง

ซึ่งในน้ำผึ้งแท้จะมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ และกรดกลูโคนิก เมื่อมีการพอกหน้าด้วยน้ำผึ้ง 15-20 นาที จึงช่วยในการยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ปกป้องผิวจากรังสียูวี เสริมสร้างเซลล์ผิวหนังใหม่ทำให้หน้ากระจ่างใส และอ่อนกว่าวัยยิ่งขึ้น แต่ต้องพิถีพิถันในขั้นตอนล้างกันนิดหนึ่ง โดยใช้ลำสีชุบน้ำอุ่นเช็ดออกให้หมดจด เพื่อป้องกันปัญหาการตกค้างสะสมจนเกิดสิว และต้องเลือกใช้น้ำผึ้งแท้ หรือน้ำผึ้งสำหรับใช้กับผิวหน้าเท่านั้น วิธีนี้ขอแนะนำให้ทำประมาณ 2 ครั้งต่อสัปดาห์

            3.7 โยเกิร์ต  

โดยจะเห็นว่าโยเกิร์ตนอกจากมีจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัส และกรดแลคติกช่วยเรื่องขจัดสิ่งสกปรก ลดความมัน และการเกิดสิวผดแล้ว ยังมีวิตามินบีช่วยบำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื้น เนียน ใส เปลี่ยนจากหน้าหมองให้ขาวใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย โดยการเลือกซื้อโยเกิร์ตรสธรรมชาติมาทาที่ใบหน้า แล้วนวดวน ๆ บนใบหน้าประมาณ 20 นาที หรือนวดจนแห้งแล้วล้างออก หรือจะนำไปใช้เป็นส่วนผสมกับวัตถุดิบข้ออื่น ๆ ก็ได้ผลดีเช่นเดียวกัน

จะเห็นว่าวิธีการดูแลผิวหน้า หรือวิธีการทำให้หน้าใสไร้สิวด้วยวิธีการทางธรรมชาติมีหลายวิธี และไม่ยุ่งยากต่อการหาวัสดุ เนื่องจากเป็นวัสดุที่เราใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว และเป็นวิธีที่ไม่สิ้นเปลือง และไม่เป็นอันตราย ไม่เสี่ยงให้เกิดผลข้างเคียงอีกด้วย ทั้งนี้ จะเห็นผลเร็วหรือช้า ย่อมขึ้นอยู่กับแต่ละวิธี แต่ละบุคลจะเลือกใช้ หรือสะดวกต่อการใช้ส่วนผสมชนิดไหน และขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคลอีกด้วย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *