สิ่งที่ควรรู้ระหว่างสูติบัตร (ใบเกิด) กับใบรับรองบุตร

สิ่งที่ควรรู้ระหว่างสูติบัตร (ใบเกิด) กับใบรับรองบุตร

สิ่งที่ควรรู้ระหว่างสูติบัตร (ใบเกิด) กับใบรับรองบุตร หลายคนเกือบ 90 % มักจะมีคนเข้าใจว่าใบเกิด กับใบรับรองบุตร คือใบเดียวกัน แต่จริง ๆ แล้ว ใบเกิดกับใบรับรองบุตรเป็นคนละใบกันค่ะ เรื่องนี้จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะว่า การที่ชาย และหญิงที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ลูกที่เกิดมาจะเป็นลูกของแม่แต่เพียงผู้เดียว

สิ่งที่ควรรู้ระหว่างสูติบัตร (ใบเกิด) กับใบรับรองบุตร

ในวันที่เกิดการแยกทางกัน แม่จึงมีสิทธิ์เลี้ยงดูลูกแต่เพียงผู้เดียว และพ่อไม่มีสิทธิ์ ซึ่งการที่พ่อมีชื่อว่าเป็นพ่อในใบเกิดโดยที่ไม่ได้มีการจดทะเบียนสมรสกับแม่ คือ พ่อไม่มีสิทธิ์เลี้ยงดูลูก โดยวิธีแก้ปัญหานี้ก็คือ พ่อต้องไปจดทะเบียนรับรองบุตรที่อำเภออีกครั้งค่ะ โดยการพาทั้งลูก และแม่ไปเซ็นต์ยินยอมที่อำเภอ ก็จะได้ใบที่เรียกว่าใบรับรองบุตร

ถ้าเกิดแม่ไม่ยินยอม พ่อเด็กจะต้องดำเนินการต่อโดยการไปยื่นคำร้องต่อศาล ถึงจะได้ใบรอบรองบุตรนี้มาค่ะ และขอย้ำอีกครั้งว่า แคพ่อเป็นพ่อที่มีชื่อในใบเกิด หรือแม้กระทั่งพ่อให้ลูกใช้นามสกุลนั้น ไม่ใช่การจดทะเบียนรับรองบุตร และใบเกิดกับใบรับรองบุตร เป็นคนละใบกันค่ะ ถ้าพ่อต้องการมีสิทธิ์ในตัวลูก พ่อจะต้องมีทั้งใบเกิด และใบรับรองบุตร หรือวิธีแก้ที่ง่ายที่สุดก็คือ ถ้าไม่อยากจดทะเบียนรับรองบุตร โดยพ่ออยากมีสิทธิ์เท่ากับแม่ 100 % พ่อต้องจดทะเบียนสมรสกับแม่ของเด็กค่ะ

สิ่งที่ควรรู้ระหว่างสูติบัตร (ใบเกิด) กับใบรับรองบุตร

ความสำคัญของสูติบัตร

 สูติบัตรเป็นเอกสารหลักฐานสำคัญ ตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษพ.ศ. 2534 ใช้พิสูจน์ ตรวจสอบ  หรือยืนยันตัวบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นหลักฐานในการ ขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน (สูติบัตรและใบแจ้งการย้ายที่อยู่) หรือเป็นหลักฐานในการขอจำหน่าย

ชื่อออกจากทะเบียนบ้าน (มรณบัตร) เลขเกี่ยวข้องกับ สิทธิ์ หน้าที่ ของบุคคล ได้แก่ การศึกษา การประกอบอาชีพ การเลือกตั้ง เป็นต้น

ดั้งนั้น ผู้ที่ได้รับเอกสารฉบับนี้จากทางราชการ ควรตรวจสอบรายการต่างๆ ว่าเจ้าหน้าที่ได้ลงไว้คบถ้วน ถูกต้องหรือไม่ หากพบว่า มีรายการใดไม่ถูกต้อง ขอให้รีบเเจ้งเจ้าหน้าที่เเก้ไขทันที

การเก็บรักษาสูติบัตร

กฎหมายได้กำหนดมิให้ ผู้ใดทุจริต ทำปลอม เติม หรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วย ประการใดใดในสูติบัตร โดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย หากฝ่าฝืนต้องระวังตัวตามประมวลกฎหมายอาญามาตราที่ 265 (จำคุกตั้งแต่หกเดือนขึ้นไปถึงห้าปี และปรับตั้งแต่ 1000 ถึง 10,000 บาท)

การเก็บรักษาสูติบัติซึ่งถือเป็นเอกสารที่มีความสำคัญ มีเเนวปฏิบัติดังนี้

1. ควรเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัย อย่าให้เอกสารถูกน้ำ หรือถูกทำลาย หรือถูก บุคคลอื่นนำไปใช้แอบอ้างสวมตัว ใช้สิทธิ์โดยมิชอบ

2. ห้ามมิ ผู้ใดซึ่งไม่มีอำนาจตามกฎหมายทำการแก้ไข ขูด ลบ ขีดฆ่า หรือเขียนข้อความเพิ่มเติมลงในเอกสารนี้โดยเด็ดขาด

หากมีข้อสงสัยประการใดเกี่ยวกับ สูติบัตร สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักทะเบียนอำเภอ กิ่งอำเภอ  เทศบาลเมืองพัทยา เขตต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร หรือสำนักงานทะเบียนสาขา หรือที่สำนักงานทะเบียนกลาง กรมการปกครอง (วังไชยา นางเลิ้ง) ถนนนครสวรรค์ และเขตดุสิตกรุงเทพมหานคร โทร 0-2281-3900, 0-2281-3121 หรือศูนย์บริการต่อปัญหางานทะเบียนเลขบัตรประจำตัวประชาชน โทร 1548

เอกสารการแจ้งเกิด

กรณีเด็กเกิดในโรงพยาบาล บิดา มารดา หรือเจ้าบ้าน แจ้งเกิดภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่เด็กเกิด โดยใช้เอกสาร 4 อย่าง ดังนี้

  1. บัตรประจำตัวประชาชนของบิดามารดา
  2. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้แจ้งเกิด หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
  3. หนังสือรับรองการเกิด (ท.ร. 1/1) ออกโดยสถานพยาบาล
  4. เอกสารแจ้งเกิดเข้าทะเบียนบ้าน ใช้สำเนาทะเบียนบ้าน (ฉบับเจ้าบ้าน) ที่ต้องการย้ายชื่อเด็กเข้า

ขั้นตอนการแจ้งเกิด

  1. ยื่นเอกสารต่อนายทะเบียนท้องที่ที่เด็กเกิด
  2. นายทะเบียนตรวจสอบเอกสารและหลักฐาน
  3. นายทะเบียนลงรายการในสูติบัตร เพิ่มชื่อเด็กในทะเบียนบ้าน และสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน
  4. มอบสูติบัตรตอนที่ 1 และสำเนาทะเบียนบ้านคืนแก่ผู้แจ้ง

และควารแจ้งเกิดภายใน 15 วัน หากแจ้งเกิดเกินกำหนดภายหลัง 15 วันหลังจากเด็กเกิด จะมีโทษปรับ 1,000 บาท และต้องใช้เอกสารรับรองการเกิดจากโรงพยาบาล รวมถึงต้องนำพยานบุคคลมาให้ถ้อยคำประกอบ ซึ่งก็คือผู้ทำคลอด หรือผู้ที่เห็นการเกิด ที่มีฐานะมั่นคง มีภูมิลำเนาในท้องที่ที่ติดต่อไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือเป็นข้าราชการสัญญาบัตรอย่างน้อย 2 คน มายื่นต่อนายทะเบียนในท้องที่ที่เด็กเกิด

สิ่งที่ควรรู้ระหว่างสูติบัตร (ใบเกิด) กับใบรับรองบุตร

ความสำคัญของใบรับรองบุตร

กฎหมายได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ว่า เด็กที่เกิดจากมารดา และบิดาที่มิได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย ให้ถือว่าเด็กคนนั้นเป็นบุตรโดยชอบตามกฎหมายของมารดาเสมอ แต่เด็กจะเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดาด้วย หรือไม่นั้น แม้ว่ากฎหมายได้ตั้งข้อสันนิษฐานไว้ว่า เด็กที่เกิดจากมารดาขณะที่อยู่กินกับชายผู้เป็นบิดา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเด็กคนนั้นเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายชายด้วย แต่ก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐานเท่านั้น ยังจะต้องพิจารณาเงื่อนไขของกฎหมายหรือต้องดูข้อเท็จจริงอีกหลายประการ

การที่เด็กที่เกิดจากบิดารมารดาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย จะเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดาได้ต่อเมื่อ

  1. บิดามารดาได้จดทะเบียนสมรสกันในภายหลัง กรณีนี้เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดถ้าบิดาและมารดาของเด็กสมัครใจจดทะเบียนสมรสกันภายหลัง
  2. บิดาได้จดทะเบียนว่าเป็นบุตร ซึ่งการจดทะเบียนรับรองบุตรปฏิบัติได้ 3 วิธี คือ
  • การจดทะเบียนรับรองบุตรในสำนักทะเบียน
  • การจดทะเบียนรับรองบุตรนอกสำนักทะเบียน
  • การจดทะเบียนรับรองบุตรนอกสำนักทะเบียนในท้องที่ห่างไกล

โดยบิดาสามารถขอจดทะเบียนใบรับรองเด็กว่าเป็นบุตรได้ 2 กรณี ได้แก่

1. กรณีที่ได้รับการยินยอมจากเด็ก และมารดา

Happy young family relaxing together on the lake. They lie on a white mattress with pillows

บิดาสามารถยื่นคำร้องขอจดทะเบียนรับรองบุตรต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานทะเบียนอำเภอ สำนักงานทะเบียนเขต พร้อมกับเด็ก และมารดาเด็ก ซึ่งแสดงความยินขอมของทั้ง 2 คนต่อหน้านายทะเบียน และนำหลักฐาน เช่น บัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สูติบัตรของบุตร หลังสือแสดงความยินยอมของบุตร และมารดา

2. กรณีที่เด็ก หรือมารดาเด็กคัดค้านว่าผู้ขอจดทะเบียนไม่ใช่บิดา หรือไม่ให้ความยินยอม หรือไม่อาจให้ความยินยอมได้

ซึ่งการจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรกรณีนี้ต้องมีคำพิพากษาของศาลก่อน โดยการตั้งทนายความยื่นคำร้องขอต่อศาลเยาวชน และครอบครัว เมื่อยื่นคำร้องแล้ว บิดาจะต้องไปให้ถ้อยคำต่อผู้อำนวยการสถานพินิจ และเมื่อไตรสวนคำร้องเสร็จ และศาลได้มีคำพิพากษาให้บิดาจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรได้ ก็สามารถนำคำพิพากษาไปขอจดทะเบียนรับรองบุตรต่อนายทะเบียนได้เลย

ซึ่งผลของการจดทะเบียนรับรองบุตรถือว่าเป็นบิดา และบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายนับตั้งแต่วันที่เด็กเกิด ทำให้เกิดสิทะฺ และหน้าที่ระหว่างบิดากับบุตรมีอำนาจปกครองบุตร และหากต่อมาบิดาตาย บุตรนั้นก็มิสิทธิรับมรดกของบิดาในฐานะทายาทโดยธรรม

และขอย้ำอีกทีว่าใบเกิดกับใบรับรองบุตร เป็นคนละใบกันค่ะ ถ้าพ่อต้องการมีสิทธิ์ในตัวลูก พ่อจะต้องมีทั้งใบเกิด และใบรับรองบุตร หรือวิธีแก้ที่ง่ายที่สุดก็คือ ถ้าไม่อยากจดทะเบียนรับรองบุตร โดยพ่ออยากมีสิทธิ์เท่ากับแม่ 100 % พ่อต้องจดทะเบียนสมรสกับแม่ของเด็กค่ะ