วิธีการแก้อาการนอนไม่หลับ

วิธีการแก้อาการนอนไม่หลับ

วิธีการแก้อาการนอนไม่หลับ ซึ่งการนอนไม่หลับเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การพักผ่อนไม่เพียงพอ การกินอาหารไม่มีประโยชน์ต่อสมอง เกิดจากความเครียดที่สะสมไว้เป็นเวลานาน สมองไม่ได้รับการผ่อนคลาย และรับออกซิเจนไม่เพียงพอ ซึ่งอาการนอนไม่หลับนี้ส่วนใหญ่จะพบได้ง่ายตั้งแต่วันเรียน หรือวัยรุ่นไปจนถึงวัยแก่ชรา ซึ่งอาการนอนไม่หลับ หรือการมีความเครียดของแต่ละวัยมีแตกต่างกันไป แต่ก็ใช่ว่าอาการนี้จะไม่สามารถแก้ให้หายได้ ซึ่งวิธีการ และการจัดการกับอาการนี้ของแต่ละบุคคลมีแตกต่างกันไป

  สาเหตุที่นอนไม่หลับของแต่ละวัย

1. วัยเรียน หรือวัยรุ่น

            โดยส่วนใหญ่แล้ววัยเรียน หรือวัยรุ่นนี้เป็นวัยที่ร่างการอยู่ในช่วงที่มีการเจริญเติมโต หรือมีการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนทั้งภายใน และภายนอก รวมถึงพัฒนาการด้านสมองที่สูง และซับซ้อนมากขึ้น เช่น ส่วนต่าง ๆ ของร่างการมีการเปลี่ยนแปลงขยายขึ้น  มีความคิดที่มีการพัฒนาด้านสมองที่กว้างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทั้งด้านบวก และด้านลบ แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว การมีความคิดด้านบวกเชิงสร้างสรรค์มักจะไม่มีผลกระทบต่อความเครียด และก่อนให้เกิดอาการนอนไม่หลับตามมา แต่อาการนอนไม่หลับนี้ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นตอนที่มนุษย์มีความเครียด และคิดเชิงลบมากกว่า ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ของการนอนไม่หลับในวัยเรียน หรือวัยรุ่น เช่น เครียดเรื่องเรียน หรือเรื่องสอบ ซึ่งสาเหตุนี้มักจะเกิดขึ้นกับวันนี้เป็นอย่างมาก เพราะต้องมีการวางแผนเรื่องสอบเข้ามหาลัยเพื่อก้าวสู่การมีการชีพที่ดีในอนาคต และสาเหตุนี้มันจะมีความกดดันจากพ่อแม่ หรือบุคคลรอบข้าง รวมถึงความกดดันจากตนเองอีกด้วย และอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับในวันเรียน หรือวัยรุ่นนี้ มีอีกเรื่องที่มันจะเกิดขึ้นคู่ขนาดกันมาเลย คือ เรื่องความรัก ไม่ว่าจะเป็นความรักที่มีต่อเพื่อน หรือต่อแฟน ล้วนแต่เป็นสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิตในวัยนี้เป็นอย่างมาก ถ้าเป็นไปในทางบวก หรือสร้างสรรค์ที่ดีก็ถือเป็นการสร้างกำลังใจ และสีสันต์ให้กับชีวิตต่อไป แต่ถ้าเป็นไปในด้านลบ หรือกระทบต่อจิตใจเมื่อไหร่ ก็อาจเกิดผลเสียต่อสภาพร่างกาย จิตใจ และการทำงานของสมองได้ ซึ่งอาการเหล่านี้ก็จะถูกสะสมให้เกิดความเครียด และเป็นเหตุที่ทำให้นอนไม่หลับได้

2. วัยทำงาน หรือวัยกลางคน

            ซึ่งวัยนี้เป็นวัยที่จัดอยู่ในหมู่คนที่มีอาการนอนไม่หลับเป็นส่วนมาก เนื่องจากเป็นวันที่ต้องมีความรับผิดชอบ และต้องแบกรับภาระหลาย ๆ อย่างในเวลาเดียวกัน รวมถึงต้องเป็นผู้ที่คอยแก้ไขปัญหากับสิ่งที่เกิดอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย ซึ่งแต่ละปัญหาของแต่ละบุคคลมีแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัว การมีลูก มีคู่สามี-ภรรยา มีพ่อแม่ที่แก่ชราที่ต้องเลี้ยงดู รวมถึงญาติพี่น้องอีกมากมาย เรื่องหน้าที่การงาน เรื่องเพื่อนฝูง เรื่องความรัก เรื่องการใช้ชีวิตวางแผนอนาคต ซึ่งจะเห็นว่าสาเหตุเหล่านี้ล้วนแต่ทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับได้

3. วัยแก่ หรือชรา

            ซึ่งวัยแก่ชราเป็นวัยที่มีการลดประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายน้อยลง ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของฮอร์โมนภายใน สู้ร่างกายภายนอก ด้านจิตใจ ความคิด และสมอง เช่น มีอาการคิดมากเรื่องลูกหลาย โดยเฉพาะคนที่อยู่คนเดียว อาจมีความเหงา ความห่วงใยบุคคลที่อยู่ไกล รวมถึงการศึกหลอของร่างกาย และมีโรคภัยแทรกซ้อน ซึ่งอาการเหล่านี้อาจสะสมให้เกิดความเครียดสู้อาการนอนไม่หลับได้

วิธีการแก้อาการนอนไม่หลับ

สรุปสาเหตุใหญ่ ๆ ที่ทำให้นอนไม่หลับ

1. เกิดจากการมิทัศนคติด้านลบมากกว่าด้านบวก จึงทำให้เกิดความเครียด

2. พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือออกซิเจนเลี้ยงสมองน้อย

3. ร่ายกายไม่มีภูมิคุ้มกันโรคที่ดี หรือเป็นคนที่ไม่ชอบออกกำลังกาย เลยทำให้ร่างกายอ่อนแอ เลือดขาดประสิทธิภาพในการไหลเวียนเพื่อไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างการ โดยเฉพาะส่วนสมอง ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญเป็นอย่างมาก

4. อยู่ในสภาพแวดล้อมที่แออัด บุคคลรอบข้างมีพฤติกรรม และมีความคิดด้านลบ

5. สมองไม่ได้รับการผ่อนคลาย

6. ขาดสารอาหาร / กินอาหารไม่ครบ 5 หมู่

7. เป็นคนคิดมาก ไม่รู้จักปล่อยวาง 

8. ดื่มสุรา และใช้ยา หรือสารที่ก่อให้เกินอันตราต่อสมองมากเกินไป เช่น ยาเสพติดทุกชนิด ฯลฯ

วิธีง่าย ๆ กระชับในการแก้ปัญหานอนไม่หลับ

1. ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หรือทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ทุกมื้อ และไม่ทานอาหารที่มีรสจัด เพราะอาหารที่มีรสจัดจะทำลายเซลล์สมองบางตัว และอาจพบอาการแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น ปวดศรีษะ เป็นต้น

2. พักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งการนอนหลับเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด ในวัยเด็กควรได้รับการนอนหลับพักผ่อนประมาณ 8-12 ชั่วโมง / วัน และในวัยผู้ใหญ่ควรได้รับการนอนประมาณ 5-8 ชั่วโมง / วัน

3. หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการออกกำลังกายเป็นการกระตุ้นการทำงานของร่างกายให้มีการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีการหลั่งสารเอ็นโดรฟิน หรือสารแห่งความสุข และการออกกำลังกายจะช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายได้ นอนหลับง่าย และตื่นมามีร่างกายที่สดชื่น

4. หางานอดิเรกทำ หรือหาสิ่งที่ทำแล้วผ่อนคลายสมอง เช่น การเล่นเกมส์ การดูหนัง ฟังเพลง หรือการออกไปพบปะกับเพื่อน ๆ เป็นต้น

5. เข้าพบผู้เชี่ยวชาญด้านจิตแพทย์อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

ผลไม้ที่แก้อาการนอนไม่หลับได้

นอกจากการหาวิธีผ่อนคลาย หรือไม่ให้เกิดความเครียดแล้ว ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่สามารถแก้ไขปัญหานอนไม่รับนี้ได้ เช่น การดื่มน้ำที่สะอาด การทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ ตามหลักสุขอนามัย และยังมีผลไม้ที่สามารถบรรเทาอาการเหล่านี้ได้ เช่น กล้วยหอม เชอร์รี่ กีวี และเสาวรส ซึ่งผลไม้แต่ละชนิดมีรสชาติ และสรรพคุณที่แตกต่างกัน ตัวอย่างดังนี้

กล้วยหอม เป็นผลไม้ที่มีแมกนีเซียมสูง ซึ่งสามารถช่วยในอาการนอนไม่หลับได้ และคารทานกล้วยเป็นประจำ เพราะกรดอะมิโน และทริปโตเฟนที่ทำให้เกิดอาการง่วงนอน ช่วยในการคลายเครียด และรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

เชอร์รี่ ซึ่งเชอร์รี่มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย และยังมีสารที่สามารถช่วยในการการนอนหลับสบาย และยังสามารถช่วยลดอาการซึมเศร้าได้ นั่นคือ สารเมลาโทนิน

กีวี ซึ่งช่วยให้สามารถนอนหลับได้ง่าย เพราะในกีวีพบว่ามีสารเซโรโทนินที่ช่วยให้สามารถนอนหลับได้สนิท ผ่อนคลาย ลดความเครียด และยังสามารถลดวิตกกังวลต่าง ๆ ได้ เพียงทานวันละ 1-2 ผล ก่อนนอนทุกวัน

เสาวรส หรือ กะทกรกฝรั่ง ซึ่งเสาวรสมีรสเปรี้ยวอมหวาน และมีสารเซโรโทนิน ซึ่งสารชนิดนี้สามารถช่วยให้การนอนหลับได้สบาย ผ่อนคลายสมอง หากดื่มน้ำเสาวรสก่อนนอนทุกวัน วันละ 1 แก้ว จะช่วยให้หลับสบาย และตื่นมาร่างกายสดชื่น

องุ่น ซึ่งในองุ่นพบว่ามีสารเมลาโทนิน ช่วยลดอาการซึมเศร้าได้ เนื่องจากสารชนิดนี้สามารถช่วยให้ร่างกายหลับได้สบาย ผ่อนคลายสมอง ลดความเครียด แต่ขอแนะนำให้ทานองุ่นที่สดสะอาจ แต่ไม่แนะนำให้ดื่มไวน์ก่อนนอน เนื่องจากในไวน์มีการผสมของแอลกอฮอล์ ซึ่งจะทำให้นอนหลับได้ยาก หรือนอนไม่หลับเลยก็ว่าได้

จะเห็นว่าหากมีการจัดการเวลานอน เวลาพักผ่อน และเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์กับร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่หักโหมร่างกาย ออกกำลังกายบ่อย ๆ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้สามารถช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อนมากขึ้น ซึ่งมีผลกระทบต่อร่างกาย และสมองตามมา ก็จะทำให้ร่างกายนอนหลับง่ายขึ้น เมื่อร่างกาย และสมองได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ ตื่นมาสมองปลอดโปร่ง ลดอาการซึมเศร้า รวมถึงระดับความเครียดก็จะลดหายไป และควรทานอาหาร หากิจกรรมที่ทำแล้วรู้สึกผ่อนคลายสมอง และควรทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับร่างกายของตนเอง และหากพบว่าอาการนอนไม่หลับการกายสะสมมากขึ้นจนส่งผลกับสมอง สภาพจิตใจ และร่างกาย ควรเข้าพบ หรือปรึกษาทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และนำเอาข้อแนะนำมาปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *