ผลไม้เมืองหนาวก็ปลูกที่ไทยได้

ผลไม้เมืองหนาวก็ปลูกที่ไทยได้

ผลไม้เมืองหนาวก็ปลูกที่ไทยได้ ปัจจุบันผลไม้เมืองหนาวหลายชนิด สามารถนำมาทำการเพาะปลูกที่ไทยได้แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่จะปลูกในทางภาคเหนือของประเทศไทย ทำให้คนไทยสามารถมีผลไม้เมืองหนาวไว้ทาน ซึ่งพันธุ์ไม้ผลส่วนมากได้รับพันธุ์มาจากไต้หวัน จีน และประเทศอื่น ๆ ทั้งนี้เราจะพาไปดูกันว่าผลไม้เมืองหนาวที่สำคัญในประเทศไทย มีผลไม้อะไรบ้าง และผลไม้แต่ละชนิดให้สารอาหารอะไรแก่เราบ้างไปดูกันเลยค่ะ

ผลไม้เมืองหนาวก็ปลูกที่ไทยได้

ผลไม้เมืองหนาวที่สามารถปลูกที่ไทยได้

แอปเปิ้ล

แอปเปิ้ล เป็นผลไม้ยอดนิยมของคนไทยมานานแล้ว และในขณะนี้เราก็ยังต้องสั่งเข้ามาขาย เป็นจำนวนมากในแต่ละปี แอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่ชอบอากาศหนาว และต้องการการดูแลรักษา อย่างดีในการปลูก จึงทำให้ขยายพื้นที่ปลูกได้ค่อนข้างช้า แต่คาดว่าคงจะเป็นผลไม้เศรษฐกิจของที่สูงได้ในอนาคต เนื่องจากไม่มีปัญหาในด้านการตลาดเลย ซึ่งพันธุ์ที่ส่งเสริม ให้ปลูกคือ Anna และ Ein Shemer ซึ่งเป็นพันธุ์ ที่ไม่ต้องการ อากาศ

ผลไม้เมืองหนาวก็ปลูกที่ไทยได้

สารอาหารที่ได้จากแอปเปิ้ล

  • มีสารฟลาโวนอยด์ ที่จะทำหน้าที่ในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกายได้ดี และพบได้มากในเปลือก แอปเปิ้ล 
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระและสารต้านมะเร็ง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งได้ดี และจะให้คุณประโยชน์สูงสุดเมื่อทานทั้งเปลือก
  • ไม่อ้วน เพราะมีพลังงานแค่ 50 กิโลแคลอรี่ต่อ 100 กรัมเท่านั้น แถมอุดมไปด้วยไฟเบอร์ที่จะทำให้อิ่มเร็วอีกด้วย- ช่วยบำรุงสายตาเนื่องจากมีสารเบต้าแคโรทีนสูง และสามารถบำรุงหัวใจ ลดความดัน ลดระดับคอเลสเตอรอล รวมถึงสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีอีกด้วย
  • มีส่วนช่วยในการฆ่าเชื้อไวรัสบางชนิด

อโวคาโด

เป็นผลไม้ที่มีเนื้อมันเป็นเนย ผลกลมรีหรือทรงลูกแพร์ มีทั้งพันธุ์เปลือกหนา และเปลือกบาง เนื้อสีเขียวออกเหลือง รสมัน เนื้อละเอียด ไม่มีกลิ่น ซึ่งในประเทศไทยสามารถเพาะปลูกอโวคาโดได้หลายสายพันธุ์ โดยปลูกในภาคเหนือของประเทศไทยเป็นหลัก ทั้งนี้อโวคาโดยังเป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณมากมายต่อร่างกาย และสามารถนำมาเป็นส่วนประกอบในอาหาร และนำมาทำเครื่องดื่มได้อีกด้วย

ผลไม้เมืองหนาวก็ปลูกที่ไทยได้

สารอาหารที่ได้จากอโวคาโด

  • มีวิตามินอี บำรุงผิวพรรณ ลดไขมันอุดตันในเส้นเลือด
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความชราภาพ ลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง
  • มีโพแทสเซียม ลดความดันโลหิต
  • มีโฟเลท ลดความดันโลหิต
  • มีวิตามินเอ บำรุงสายตา
  • มีวิตามินบี แก้อาการเหน็บชา
  • มีวิตามินซีป้องกันโรคหวัด บำรุงฟัน
  • กรดไขมันดี ชนิดไม่อิ่มตัว ซึ่งเป็นชนิดเดียวกันกับน้ำมันมะกอก ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด และป้องกันโรคหัวใจได้
  • สารแคโรทีนอยด์ต่างๆ ถึง 11 ชนิด โดยจะพบมากบริเวณเนื้อที่เป็นสีเขียวเข้มที่ติดกับใต้เปลือก

สาลี่

เป็นผลไม้ที่มีเนื้อกรอบ ฉ่ำน้ำ บางพันธุ์เนื้อเป็นทราย มีรสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย และหวาน หอมชื่นใจ ซึ่งผลมีหลายสี ตั้งแต่เหลือง แดงอมส้ม น้ำตาล เขียว ซึ่งสาลี่ก็เป็นผลไม้เมืองหนาวอีกอีกชนิดหนึ่งที่สามารถปลูกในไทยได้แล้ว ทั้งนี้สาลี่จะสุกประมาณเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม และจะขายได้ดีในช่วงสารทจีน จึงนับว่า เป็นผลไม้ที่มีตลาดที่ดีอีกอย่างหนึ่ง นอกจากนี้สาลี่ยังสามารถแปรรูปเป็น สาลี่อบแห้ง สาลี่ในน้ำเชื่อม สาลี่แช่อิ่ม เป็นต้น

ผลไม้เมืองหนาวก็ปลูกที่ไทยได้

สารอาหารที่ได้จากสาลี่

  • สาลี่เป็นผลไม้ที่มีรสหวาน มีน้ำตาลที่ร่างกายสามารถนำไปใช้เป็นพลังงานได้ทันที ทำให้ไม่รู้สึกหิว สาลี่จึงเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักเป็นอย่างมาก
  • สาลี่เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับลำคอ ร่างกายอ่อนแอ เป็นโรคโลหิตจางและวัณโรค
  • กลิ่นหอมของสาลี่สามารถช่วยกระตุ้นจิตใจ ทำให้รู้สึกสดชื่น เบิกบาน และกระชุ่มกระชวยได้
  • นอกจากจะรับประทานสาลี่เป็นผลไม้แล้ว เรายังสามารถนำสาลี่ไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้หลายชนิด เช่น ไอศกรีม ฟรุตสลัด น้ำสาลี่กระป๋อง สาลี่อบแห้ง สาลี่แช่อิ่ม สาลี่ในน้ำเชื่อม เป็นต้น
  • ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น
  • ช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ภายในร่างกาย
  • ช่วยระงับประสาท ผ่อนคลายความกังวล ไม่สบายใจ มีความทุกข์ในจิตใจ ช่วยฟอกเลือดให้สะอาด ทำให้ไตทำงานได้ดีขึ้น และช่วยปรับสมดุลของน้ำตาลในเลือด

สตรอว์เบอร์รี

เป็นผลไม้ที่รสชาติอมเปรี้ยวถึงหวาน ขึ้นอยู่กับผลที่สุก ผลมีลักษณะทรงกลมหรือทรงกรวย สีแดงสดใสแต่ไม่สม่ำเสมอ เนื้อ และผลค่อนข้างแข็ง มีกลิ่นหอม นอกจากนี้สตรอว์เบอร์รี ยังสามารถนำไปแปรูเป็น สตรอว์เบอร์อบแห้ง แยมสตรอว์เบอร์ สตรอว์เบอร์แช่อิ่ม เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันสตรอว์เบอร์ได้กลายเป็นผลไม้ที่สำคัญมากอย่างหนึ่งของภาคเหนือที่สามารถส่งออกได้อีกด้วย

สารอาหารที่ได้จากสตรอว์เบอร์รี

  • สตรอเบอร์รี่อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยในการชะลอวัย
  • ช่วยในการเสริมสร้างคอลลาเจน จึงช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยได้เป็นอย่างดี
  • ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้แก่ร่างกาย
  • มีส่วนช่วยบำรุงประสาทและสมอง
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคโลหิตจาง
  • ช่วยเพิ่มปริมาณไขมันชนิดดี (HDL) ซึ่งช่วยทำให้หลอดเลือดสะอาด ปราศจากคราบไขมัน
  • ช่วยยับยั้งสารก่อมะเร็งอย่างไนโตรซามีน (Nitrosamines) ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดโรคมะเร็งลำไส้
  • ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
  • ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกได้ และช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดอุดตัน เป็นต้น

องุ่น

เป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวาน กรอบ ซึ่งผลองุ่นจะมีลักษณะเป็นพวง ผลมีหลากหลายลักษณะ ขนาด และสี ภายในผลอาจจะมีเมล็ดหรือไม่มีก็ได้ ขึ้นอยู่กับพันธุ์ ซึ่งในประเทศไทยได้ปลูกองุ่นในแถบภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือบ้างเล็กน้อย และสามารถปลูกได้หลากหลายสายพันธุ์ นอกจากนี้องุ่นยังสามารถแปรรูปเป็น ไวน์องุ่น แยมองุ่น ลูกเกด เป็นต้น

สารอาหารที่ได้จากองุ่น

การรับประทานองุ่นเป็นประจำ จะมีส่วนช่วยในการบำรุงสมอง บำรุงหัวใจ แก้กระหาย ขับปัสสาวะ บำรุงกำลัง คนที่ร่างกายผอมแห้ง แรงน้อย แก่ก่อนวัย ไม่มีเรี่ยวแรง ถ้ารับประทานองุ่นเป็นประจำ จะช่วยเสริมทำให้ร่างกายค่อยๆแข็งแรงขึ้นได้

ในวงการแพทย์พบว่าโรคที่มีอัตราการตายสูงมาก คือ โรคมะเร็ง” พบว่าสารสกัดจากกากองุ่นแดงสามารถ ยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็ง จะหยุดการกระจาย และตายไปในที่สุด  ที่ทางวิทยาศาสตร์เรียก  อะพอพโตซิส (apoptosis)

นอกจากนี้ยังมีสาร Ellagic acid  ที่สามารถจับและทำลายพิษของสารก่อมะเร็ง โดยเฉพาะ สาร resveratrol ที่พบมากในผิวจากเปลือกองุ่นแดง     ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ขณะเดียวกันก็  เพิ่มระบบภูมิคุ้มกันแลัวยังเป็นสารป้องกันและต้านมะเร็งได้   นอกจากนี้ยังมีรายงานจากต่างประเทศว่า สามารถใช้รักษาโรคอัลไซ -เมอร์  พาร์กินสันและ เอดส์ได้อีกด้วย

พลับ

เป็นผลไม้ที่ผลมีรูปทรงได้หลายแบบ ทั้งทรงกรวย ทรงกลม ทรงกลมแบน ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีเหลือง เนื้อสีส้ม เนื้อแข็ง ซึ่งรสชาติของผลสามารถแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ พลับหวาน สามารถรับประทานสดได้ กับ พลับฝาด ต้องนำมาผ่านกระบวนการลดความฝาดจึงจะรับประทานได้ ทั้งนี้พลับสามารถรับประทานสด และนำไปแปรรูปเป็นพลับแห้ง แยม พลับเชื่อม และน้ำลูกพลับได้อีกด้วย

สารอาหารที่ได้จากพลับ

ลูกพลับ เป็นผลไม้ที่มีดีมากกว่ารสชาติที่อร่อย เพราะจัดว่าเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูงและให้แคลอรีต่ำ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่รักสุขภาพ หากคุณรับประทานลูกพลับ 1 ผล (หรือประมาณ 168 กรัม) คุณจะได้รับคุณค่าทางสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ดังนี้

  • พลังงาน 118 แคลอรี่
  • คาร์โบไฮเดรต 31 กรัม
  • โปรตีน 1 กรัม
  • ไขมัน 0.3 กรัม
  • ไฟเบอร์ 6 กรัม

นอกจากนี้ลูกพลับยังให้วิตามินและแร่ธาตุสำคัญ ที่ช่วยให้สุขภาพดีอีกมากมาย ได้แก่วิตามินเอ วิตามินอี วิตามินซี วิตามินเค วิตามินบี 1 วิตามินบี 6 โพแทสเซียม ทองแดง แมงกานีส โฟเลต แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส