นอนกัดฟัน อันตรายกว่าที่คิด

นอนกัดฟัน อันตรายกว่าที่คิด

นอนกัดฟัน อันตรายกว่าที่คิด การนอนกัดฟันเป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นระหว่างการนอนหลับ โดยมีลักษณะขบฟันระหว่างฟันบนกับฟันล่าง ซึ่งแต่ละคนมีแรงขบไม่เท่ากัน บางคนขบแน่น เสียงดัง บางคนขบเบา ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของแต่ละบุคคลเท่านั้น สำหรับผู้ที่มีอาการรุนแรงอาจมีการนอนกัดฟันมากกว่า 80-100 ครั้ง ซึ่งเป็นอาการที่แสดงออกระหว่างนอนโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเหมือนกับอาการกรน ซึ่งมันจะไม่รู้ตัวเช่นกัน  มักจะพบว่ามีโรคหรือความผิดปกติต่าง ๆ ที่เกี่ยวของกับการนอนหลับ เช่น นอนกรน และภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ (Sleep Apnea) บางครั้งหากมีการนอนร่วมกับผู้อื่น เช่น พ่อ แม่ พี่น้อง และคู่สามี ภรรยา อาจก่อความรำคาญให้กับคนรอบข้างได้ แล้วอาจส่งผลข้างเคียงต่อฟันของตนเองอีกด้วย และอาการนอนกัดฟันอาจเป็นภัยเงียบที่คุณอาจไม่รู้ตัว

จะรู้ได้อย่างไรว่านอนกัดฟัน ?

1.สักเกตอาการที่เป็นผลจากการนอนกัดฟัน

คือ สักเกตอาการเมื่อตื่นนอน ว่ามีอาการเมื่อยตึงที่ขมับ ต้นคอ และใบหน้าหรือไม่ มีอาการปวดฟัน เสียวฟัน หรือเจ็บเหงือกหรือไม่ มีอาการปวดที่กรามหรือเปล่า หรือบางครั้งที่ตัวเองตื่นแบบสลึมสลือเหมือนกำลังกัดฟัน หรือสังเกตจากรอยบิ่น หรือแตกของฟัน รวมถึงการสังเกตกรามว่ามีแก้ม หรือกรามขยายใหญ่หรือไม่ เพราะการนอนกัดฟันจะทำให้แก้ม และกรามขยาย หรือมุปุ่มกระดูกในปากใหญ่ ซึ่งอาการเหล่านี้บ่งบอกว่าคุณเป็นนอนกัดฟัน

2.เข้าตรวจจากทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หากตรวจพบว่ามีฟันสึกหลอผิดปกติ นั่นกล่าวคือเป็นสาเหตุจากการนอนกัดฟัน หรือใช้วิธีใส่แผ่นปลั๊กเชคเกอร์ขณะนอนหลับ

3.รู้ได้จากคนใกล้ชิด เนื่องจากอาการนอนกัดฟันมักเกิดขึ้นระหว่างการนอนหลับ โดยที่ตนเองไม่รู้ตัว ซึ่งก่อความรำคาญแก่บุคคลรอบข้างแน่นอน คนรอบข้างจึงเป็นตัวชี้วัดให้เห็นว่า คุณคือคนที่นอนกัดฟันโดยไม่รู้ตัว

นอนกัดฟัน อันตรายกว่าที่คิด

สาเหตุของการนอนกัดฟันเกิดจากอะไร ?

สาเหตุของการนอนกัดฟันโดยส่วนใหญ่มักมีความเกี่ยวของกับปัจจัยทางด้านจิตใจ หรือสภาพจิตใจ เช่น มีความเครียด และความวิตกกังวลใจ มักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่กำลังนอนหลับโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองกำลังนอนกัดฟันอยู่ หรืออาจมีสาเหตุอื่นจากปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ (Sleep Apnea) นอกจากนั้นอาจเกิดขึ้นจากความผิดปกติของฟัน เช่น การขบฟัน ฟันหลอ หรือฟันเบี้ยว และมีปัจจัยอื่น ๆ ที่สามารถเพิ่มโอกาสให้เกิดการนอนกัดฟันได้ ได้แก่

1.เรื่องอายุ ซึ่งการนอนกัดฟันเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับเด็ก แต่โดยทั่วไปแล้วจะหายไปเองเมื่อมีอายุเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น

2.บุคลิกภาพ หรือลักษณะเฉพาะของแต่ละคน เช่น ผู้ที่มีนิสัยก้าวร้าว สมาธิสั้น สามารถเพิ่มโอกาสในการนอนกัดฟันได้มากขึ้น

3.สารกระตุ้นต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือคาเฟอีนที่มีปริมาณมากเกินไป

4.การใช้ยารักษาโรคเป็นประจำ เนื่องจากการนอนกัดฟันสามารถเกิดขึ้นจากผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางประเภท รวมไปถึงยาทางจิตเวชที่มีผลกระทบต่ออารมณ์ หรือสภาพจิตใจ เช่น ยารักษาโรคซึมเศร้า และยารักษาอาการทางจิต เป็นต้น

อาการ หรือผลเสียของการนอนกัดฟัน

สัญญาณ และอาการของการนอนกัดฟันมีหลายประเภท ได้แก่

1.มีการบดกัด หรือขบเน้นฟัน ซึ่งอาจมีเสียงดังมากพอจะทำให้คนข้าง ๆ ตื่นได้ หรือเกิดความรำคาญใจ

2.อาจทำให้ฟันเกิดความเสียหาย เช่น ฟันบิ่น ฟันร้าว ฟันสึกหลอ ฟันไม่แข็งแรง หรือทำให้สูญเสียฟันได้

3.เคลือบฟันเสื่อมจนทำให้ปรากฏเห็นชั้นของเนื้อฟันที่ลึกลงไป

4.เกิดอาการเสียวฟัน

5.เกิดรอยบุ๋มที่ลิ้น

6.อ้าปากได้ลำบาก

7.กล้ามเนื้อที่ขากรรไกรอ่อนล้าหรือเกร็ง และทำให้กรามใหญ่ขึ้น

8.เจ็บปวดบริเวณขากรรไกรหรือเจ็บกล้ามเนื้อใบหน้า

9.เกิดความเจ็บปวดคล้าย ๆ กับอาการเจ็บหู แต่ไม่ได้เกิดความผิดปกติกับหู

10.ปวดศีรษะ

11.มีอาการเมื่อย หรือยึดบริเวณไหล่

12.ปวดต้นคอ (หากพบอาการเหล่านี้ ควรพบแพทย์หรือทันตแพทย์โดยด่วน)

13.ฟันเสื่อม ได้รับความเสียหายหรือเสียวฟัน

14.มีอาการเจ็บที่ขากรรไกร ใบหน้าหรือหู

15.ขากรรไกรล็อค ไม่สามารถเปิดหรือปิดได้อย่างเต็มที่

มักจะเห็นว่าอาการที่แสดงออกให้เห็นนี้ล้วนเป็นอาการ หรือผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการนอนกัดฟัน และหากมีการปล่อยทิ้งไว้ หรือละเลยอาจส่งผลที่ร้ายแรงตามมาได้ หากมีการสังเกตพบความผิดปกติของร่างกาย ควรเข้าปรึกษาทันตแพทย์ที่เชี่ยวชาญโดยด่วน

การวินิจฉัยการนอนกัดฟัน

ในการประเมินขอบเขตของการนอนกัดฟัน แพทย์อาจทำการตรวจ ได้แก่

1.อาการกดเจ็บที่กล้ามเนื้อขากรรไกร

2.ความผิดปกติเกี่ยวกับฟันที่เห็นได้ชัดเจน เช่น การสึกหลอของฟัน ฟักแตกหัก ฟันที่หลุดหายไป หรือการจัดเรียงของฟันที่ไม่ดี หรือผิดปกติไป

3.การเอกซเรย์ (X-ray) เพื่อดูความเสียหายที่เกิดขึ้นกับกระดูก หรือด้านในของแก้ม

อย่างไรก็ตาม หากทันตแพทย์พบว่ามีนัยสำคัญทางจิตวิทยาที่ทำให้กัดฟัน หรือเกิดความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับ ผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องปรึกษานักบำบัด และควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับอาจให้ทำการทดสอบด้านต่าง ๆ เช่น การประเมินภาวะหยุดหายใจ การบันทึกวิดีโอ และดูความถี่ของการหดเกร็งของกล้ามเนื้อขากรรไกรในขณะที่กำลังนอนหลับ

การรักษาการนอนกัดฟัน

การรักษาอาการของผู้ที่นอนกัดฟันจะมีความจำเป็นในกรณีที่มีความรุนแรง ซึ่งวิธีการรักษามีหลายวิธี ได้แก่

1.การรักษาทางทันตกรรม

คือ การขบเน้นฟัน ทำจากอะคริลิกแข็ง หรือวัสดุที่มีความอ่อนนุ่ม โดยทันตแพทย์จะให้ใส่ระหว่างนอนหลับ

การจัดฟัน หรือแก้ไขทางทันตกรรม การแก้ไขฟันที่มีปัญหาให้เรียงตัวกันอย่างเหมาะสม จะช่วยแก้ปัญหาการนอนกัดฟัน ในรายที่มีอาการรุนแรง อาจมีฟันที่เสื่อมสภาพ และทำให้เกิดอาการเสียวฟัน หรือทำให้การบดเคี้ยวมีปัญหา ทันตแพทย์อาจทำการปรับแต่งพื้นผิวฟันที่ใช้ในการบดเคี้ยวหรือที่มีการครอบฟัน ในบางรายทันตแพทย์อาจแนะนำให้มีการจัดฟัน หรือการผ่าตัด

2.การบำบัด

การบำบัดรักษาที่จะอาจช่วยบรรเทาการนอนกัดฟันได้เบื้องต้น ได้แก่

2.1 การจัดการกับความเครียด หากมีภาวะกัดฟันเป็นประจำ หรือนอนกัดฟัน ซึ่งมีสาเหตุมาจากความเครียดทั้งนั้น และสามารถป้องกัน หรือแก้ไขปัญหาได้ด้วยการพบผู้ที่ให้คำปรึกษามืออาชีพ หรือหาวิธีการที่ช่วยให้มีการผ่อนคลายเกิด เช่น การออกกำลังกาย หรือการนั่งสมาธิ ทำกิจกรรมนันทนาการเพื่อผ่อนคลายสมอง และร่างกาย เป็นต้น

2.2 การบำบัด หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เมื่อพบว่าตนเองมีอาการนอนกัดฟัน สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ด้วยการฝึกการวางตำแหน่งของปาก หรือขากรรไกรให้เหมาะสม ซึ่งทันตแพทย์จะแสดงตำแหน่งของฟันและขากรรไกรที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคน ซึ่งสามารถปฏิบัติตามข้อแนะนำได้เลย

2.3 ไบโอฟีดแบ็ค (Biofeedback) หากเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้ยากลำบาก อาจใชัวิธีฝึกไบโอฟีดแบ็ค ซึ่งเป็นการใช้คอมพิวเตอร์บันทึกการทำงาน การหดตัว การคลายตัวของกล้ามเนื้อ และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ทำให้สามารถรู้จุดบกพร่อง และทำให้ควบคุมกล้ามเนื้อที่ขากรรไกรได้อย่างถูกต้องที่สุด

3.การใช้ยารักษาโรค ซึ่งควรปรึกษาแพทย์ว่าการรักษาแบบใดจะเหมาะสมที่สุด

โดยปกติแล้วการใช้ยารักษาอาการนอนกัดฟันจะไม่มีประสิทธิภาพนัก ตัวอย่างการใช้ยาที่ใช้ในการรักษาการนอนกัดฟัน เช่น ยาคลายกล้ามเนื้อ แพทย์อาจให้ใช้ในบางรายด้วยการใช้ยาคลายกล้ามเนื้อก่อนนอน โดยใช้เป็นระยะเวลาสั้น ๆ การฉีดโบทอกซ์ (OnabotulinumtoxinA: Botox) ซึ่งการฉีดโบทอกซ์อาจช่วยผู้ที่มีการนอนกัดฟันอย่างรุนแรง และไม่ตอบสนองต่อการบรรเทารักษาอื่น ๆ หากผู้ที่ใช้ยาในการรักษาการนอนกัดฟันแล้วได้รับผลข้างเคียง แพทย์อาจเปลี่ยนไปใช้ยาอื่น ๆ แทน

การป้องกันการนอนกัดฟัน

1.หมั่นตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำอย่างน้อย 2 ต่อปี

2.หาวิธีการคลายเครียดที่เหมาะสมกับตัวเอง

3.สังเกตดูว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้การนอนกัดฟันแย่ลงหรือไม่

4.เลิกสูบบุหรี่

5.หลีกเลี่ยงการใช้ยาเสพติด

6.หลีกเลี่ยงการกัดสิ่งของต่าง ๆ เช่น ปากกา ดินสอ หรือสิ่งของที่มีความแข็ง

7.สังเกต และระวังพฤติกรรมการกัดฟัน และหลีกเลี่ยง โดยการผ่อนคลายขากรรไกรเป็นประจำเวลาที่ตื่นนอน

8.ฝึกนิสัยการนอนหลับอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการนอนหลับที่ดีจะช่วยแก้ปัญหาที่เกิดจากการนอนหลับและลดโอกาสการนอนกัดฟันได้อีกด้วย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *